ปกหน้ากิจกรรม
ปกหน้ากิจกรรม มือถือ

กิจกรรมบ้านรักโรลเพลย์

FACEBOOK ✦ OPENHOUSE

กิจกรรม

กิจกรรม แนะนำตัวเอง

อยู่ภายใต้กิจกรรมนิรนามโรลเพลย์ รวมสมาชิกทั้งสิ้น 16 คน

       สมุดบันทึกเล่มเล็กเป็นสิ่งแรกที่ชายหนุ่มเลือกหยิบขึ้นมาเมื่อถึงเวลาที่วางแผนเอาไว้ บนกระดาษจำนวนสองหน้าเศษ ๆ ซึ่งถูกเขียนด้วยลายมือของเขา เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายที่ทั้งหยิบมาใช้ได้และไม่ได้ เนื่องจากบางบรรทัดก็ถูกขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ เป็นแบบนั้นอยู่หลายข้อความจนดูแทบไม่ออก

       หลังเห็นประกาศรับลงทะเบียนร่วมกิจกรรม ‘นิรนามโรลเพลย์’ ผ่านช่องทางออนไลน์โดยบังเอิญ ชายหนุ่มเกิดความกระตือรือร้นระคนตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่ห่างหายมานานร่วมเดือน

       ด้วยเหตุผลนั้น จึงทำให้เขาใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานสองนาน ตามนิสัยที่อยากให้ทุกอย่างออกมาดี และวันนี้ก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องทำก่อนกดส่งรายละเอียดให้แก่ผู้จัดกิจกรรม

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3SOTXOf

       อสุรา ชอกช้ำ หวั่นดวงจิต ด้วยนิมิตร เห็นเจ้า ช่างเศร้าหมอง

จึงหยิบยก สักวา แลบทกลอน มาขับกล่อม เล่าขาน สู่กันฟัง

พี่ตั้งจิต เรียงร้อยคำ พรรณนา ใช้ธารา วาดเขียน แทนดินสอ

เนรมิต สรรพสิ่ง ด้วยไตร่ตรอง จึงเรืองรอง กำเนิด เป็นนิทาน.

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3JSjEJS

       ในคืนดึกสงัด คุนหมิงยังคงมีฝนโปรย อากาศหนาวนำพาความว้าเหว่​และเงียบเศร้า ผมหยิบปากกา จุ่มปลายแร้งกับหมึกดำ เมื่อจรดลงบนกระดาษขาว ปากกาของผมก็เริ่มเริงระบำ

       ถึงบ้านรัก,

       นี่เป็นจดหมายฉบับแรกจากผม, ฉีหลิน

       ที่ที่ผมอยู่อากาศเย็นเกือบทั้งปี ปลายปากกาผมคงจะทื่อลงเพราะความหนาวเหน็บ, ไม่ต้องพูดถึงการพิมพ์ ถุงมือไหมพรมถักทำให้มือของผมลื่นและกดพิมพ์ดีดได้ยาก คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงใช้วิธีการคร่ำครึนัก เชื่อเถอะว่าบ้านของผมเต็มไปด้วยของโบราณกว่านี้อีกมากโข ความวินเทจมันกัดเซาะเราจากรุ่นสู่รุุ่น จนผมถูกคนรู้จักบ่นใส่บ่อย ๆ ว่าทำตัวเป็นพวกโลว์เทค

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3QCwP3I

      ขาตั้งกล้องราคาแพงนั้นถูกหยิบขึ้นมาใช้ในครั้งนี้  ชายหนุ่มจัดการกางมันออกและวางกล้องให้ลงกับตัวล็อค ปลายนิ้วเรียวกดโหมดวีดีโอเพื่อให้บันทึกการแนะนำตัวของเขาสำหรับเข้าร่วมกิจกรรม

      ‘ บ้านรักโรลเพลย์ ‘ วันนี้ริกแต่งตัวดูดีเป็นทางการแต่ยังคงความขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวและกางเกงยีนส์สีเฟต ใบหน้าสวยนั้นเจือความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

      เลขเวลาเริ่มวิ่งจากศูนย์วินาที การแนะนำตัวกำลังจะเริ่มขึ้น

      ” สวัสดีครับ ผม เฮนริก “

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3dukrVi

       𝟑 . . 𝟐 . . 𝟏  𝐬𝐭𝐚𝐫𝐭

       เมื่อจำนวนเลขที่นับถอยหลังสิ้นสุดลง โปรแกรมอัดvdoก็เริ่มทำงาน  ภาพที่ฉายผ่านเลนส์กล้องสมาร์ทโฟนราคาแพงนั้นเป็นมือเรียวยาวของผู้หญิงที่กำลังชี้นิ้วไปที่ประตูสีขาวบานใหญ่ปิดสนิท 

       เธอเคาะเบาๆสองถึงสามที จากนั้นจึงหมุนลูกบิดให้บานประตูเปิดออก

       ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ตอนนี้เงียบเชียบจนคนที่ถือโทรศัพท์อยู่แปลกใจเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงแพลนกล้องไปยังเตียงที่ปูด้วยชุดเครื่องนอนสีครีมเข้าชุดกันแต่กลับไร้วี่แววคนที่เธอกำลังตามหา มีเพียงตุ๊กตาซานริโอสีเหลืองตัวอ้วนกลมนอนแน่นิ่งอยู่บนนั้น

       ภาพในกล้องค่อยๆแพลนออกจากเตียง แล้วหมุนไปรอบๆห้อง ด้วยความที่ห้องห้องนี้ตกแต่งด้วยสไตล์minimalที่เน้นความเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีขาว ครีมและน้ำตาลเป็นหลักดูสะอาดตา ของทุกชิ้นในห้องถูกจัดวางอย่างเป็นสัดเป็นส่วนตั้งแต่ชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้า กระเป๋าและรองเท้ารวมไปถึงโต็ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางค์ตามฉบับคนรักสวยรักงาม

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3dx7bPT

       ภายในห้องที่มืดสลัวมีเพียงแสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะเพียงแห่งเดียวที่ส่องสว่างพอให้ได้เห็นสิ่งของต่างๆที่อยู่ภายในห้อง แม้ของภายในห้องจะวางไว้อยู่กระจัดกระจายแต่ก็ยังพอเป็นระเบียบอยู่บ้างตามสภาพห้องผู้ชายที่อยู่คนเดียวอาศัยแค่นอนชั่วข้ามคืนไปเท่านั้นเพราะโดนปกติเขาจะชอบขับรถมอไซค์คู่ใจออกไปกินลมชมบรรยากาศเสียมากกว่า

       แม้ห้องจะมืดสลัวชวนให้น่านอนหลับพักผ่อนแต่กลิ่นภายในห้องนั้นกลับตลบอบอวลไปด้วยกาแฟที่เจ้าของห้องชอบลุกขึ้นมาดริปดื่มเองเป็นประจำ ถึงดื่มไปก็ยังทำหน้าง่วงอยู่ดี

       ชายหนุ่มร่างสูงกำยำก้าวขายาวๆของเขาตรงไปหยิบกล้องโกโปรที่ตัวเล็กกว่าฝ่ามืออยู่มาก พกพาสะดวกเหมาะสำหรับการทำกิจกรรมที่เขาชอบเป็นที่สุดราวกับเพื่อนซี้ที่ค่อยตามเก็บความทรงจำให้เขาอยู่ตลอดเวลา และครั้งนี้เขาก็จะให้มันบันทึกเรื่องราวต่อไปนี้เช่นกัน สายตาคมมองไปยังตัวกล้องอย่างจริงจัง

       “สวัสดีครับ ผมไมไท ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3pfg2rZ

       3…2…1

       แอ็คชั่น

       เสียงคัทของผู้กำกับหลังกล้องสั่งแอ็คชั่นก็เป็นการเริ่มดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัครร่วมกิจกรรมนิรนามโรลเพลย์ในห้องสตูดิโอแห่งนึงโดยภายในห้องมีการประดับตกแต่งที่เรียบง่ายโทนสีน้ำตาลขาว

       ผู้ชายร่างสูงแต่กลับมีร่างกายอ้วนท้วมใส่ชุดสูทที่ดูก็รู้ว่าเป็นสูทหรูชั้นดี บนใบหน้าเขาใส่หน้ากากแฟนตาซีครึ่งหน้าสีขาวดำลายแบบเรียบง่าย ในมืออวบใหญ่ถือสคริปต์สำหรับคำสัมภาษณ์ ขายาวก้าวไปนั่งบนเก้าอี้เพื่อรอผู้สมัครร่วมกิจกรรมรายใหม่ของวันนี้ที่ในตามบรีฟของผู้กำกับเขาบอกว่าจะมาปรากฏตัวภายใน3นาที โจชัวน์ จึงกล่าวเปิดรายการที่กำลังถูกบันทึกอยู่

       “สวัสดีครับ ผมโจชัวน์ เมอริสัน มารับหน้าที่เป็นกรรมการผู้สัมภาษณ์ของกิจกรรมนิรนามโรลเพลย์ครับ งั้นเราขอเชิญผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเข้ามาให้การสัมภาษณ์ได้เลยครับ”

       แอ๊ด…

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3pfg2rZ

       ณ ร้านขายอาหารแห่งนึงในย่านเชียงใหม่…

       “ติ๊ง…ไว้มาใหม่โอกาสหน้านะคะ”

       หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนสีซีด ดูท่าทางทะมัดทะแมง โบกมือบ๊ายบายลูกค้ากลุ่มสุดท้ายที่เดินออกจากร้านไป

       ร้านอาหารอาหารแห่งนี้ ตั้งอยู่ถนนการค้าของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนที่มีชื่อเสียงในระแวก โดยมีพ่อหญิงสาว เป็นเจ้าของร้าน นายปีแสง จินดาสว่างวงศ์ ผู้เป็นพ่อของหญิงสาวผู้สดใสมองโลกในแง่ดี และร่าเริงอยู่ทุกครั้ง เธอมีชื่อว่า พลอยมิริน จินดาสว่างวงศ์ แต่คนทั่วไปมักเรียกเธอว่า พลอยพีช เธอถูกเลี้ยงดูโดยนายปีแสง สาเหตุเป็นเพราะตอนที่แม่คลอดเธอออกมา แม่ของเธอก็ได้จากไปและเหลือของขวัญชิ้นน้อยให้นายปีแสงไว้ดูต่างหน้านั่นคือ พลอยพีช เธอถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักจากนายปีแสงที่ค่อนข้างจะตามใจและคอยสอนพร่ำบอกในสิ่งที่ถูกผิด ทำให้เธอรักและสนิทกับพ่อของเธอมาก เพราะอย่างนั้นเธอจึงตั้งใจเรียนเพื่อมอบเป็นของขวัญให้พ่อของเธอมาตลอดจนจบการศึกษาในมหาลัย 

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3BYEpBM

       ภายในห้องเช่าราคาถูก บนโต๊ะเก่า ๆ และโน๊ตบุ๊คมือสองที่เก็บหอมรอมริบจากการทำงานมาปีกว่า ๆ กระป๋องโคล่าเย็น ถุงขนมมันฝรั่งแผ่น และกล่องพอตไฟฟ้า วางระเกะระกะบนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าทีี่ใช้ทำงานประจำ เจ้าของห้องตัดสินใจเปิดแอปพลิเคชันอัดวิดิโอ ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมาพูดต่อหน้ากล้อง ถ้าไม่นับสมัยมัธยมที่เขามักจะชอบรับบทเป็นผู้ถือบางอย่าง เวลาที่ได้นำเสนอหน้าชั้นเรียน เป็นนักเลงคีย์บอร์ดตัวจริงเสียงจริงเลย เก่งกับพวกการพิมพ์หรือเขียนออกไปมากกว่าการที่ต้องมานั่งพูดคุย หรือคิดว่าใครสักคนจะต้องเห็นภาพเกลียด ๆ ของตัวเอง อึดอัดㅤ ㅤ ㅤ ㅤ ㅤ

       “อ่า.. ฮัคอัล.. ก็.. เรียกแค่ฮัคก็ได้ครับ ถ้าคุณคิดว่าชื่อผมมันจะอ่านออกเสียงยาก เพราะบางครั้งผมก็ยังออกเสียงชื่อตัวเองไม่ถูก..”ㅤ ㅤ ㅤ ㅤ ㅤㅤ ㅤ ㅤ ㅤ ㅤ

       น้ำเสียงติดหงุดหงิดควบคู่ใบหน้าที่ดูเหนื่อยหน่ายใจ ผมยาวยุ่ง ๆ กระเซอะกระเซิง สายตาคมเฉไฉมองไปเรื่อยเปื่อย ๆ ซ่อนความประหม่า เขาขบคิดอยู่เป็นหลายวันว่าจะสมัครโปรเจกต์นี้ดีหรือไม่ แว่นหนาเตอะกรอบสีดำเข้ม ขอบตาคล้ำ และไรหนวดตามคางทำให้เขาดูเหมือนคนที่ไม่ดูแลตัวเองเท่าไหร่นัก และไม่ได้คิดที่จะใช้ฟิตเตอร์ใดในการอัดวิดิโอนี้อีกด้วย แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่เขาอาบน้ำมาก่อน และสวมเสื้อผ้าแบบปกติอยู่ ไม่ได้ล่อนจ้อนเหมือนทุกที

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3zWtyWo

       ผู้คนส่วนใหญ่คงใช้เวลาในตอนกลางคืนหมดไปกับการพักผ่อนจากการทำงานหนัก แต่สำหรับ พีช กลางคืนคือเวลาทำงานของเขา อาชีพนักร้องใคร ๆ ก็บอกว่ามันไม่ยั่งยืน เปลืองเนื้อเปลืองตัว แต่เขามองว่ามันคืออาชีพที่ทำเงินให้เขาได้มหาสาร รายได้หลัก ๆ ที่ทำให้เขาดำรงชีวิตได้มาจนถึงทุกวันนี้ก็คือการร้องเพลง 

       ” วันนี้ร้องหลายเพลงหน่อยนะ ไหวไหม “

       เสียงทุ้มของเจ้าของร้านดังเอ่ยบอกกับเขา สายตาคุกคามจับจ่องมาที่ร่างเล็กไม่วางตา เขาชินแล้ว และนี่คือความเสี่ยงอีกหนึ่งอย่างของอาชีพนักร้องตามผับตามบาร์แบบเขา แต่พีชก็ไม่อยากจะสนใจ หน้าที่ของเขาคือสร้างความบันเทิงให้กับลูกค้าที่เข้ามาหาความสุขและสนุกไปกับเพลงที่เขาร้อง 

       ” ไหวครับ “

       ตอบกลับไปเพียงเท่านั้น พร้อมกับสวมอินเอียร์คุณภาพดีเข้าที่หู เตรียมพร้อมที่จะเริ่มงานของเขาในค่ำคืนนี้

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3QMfJRf

       [ พึ่บ.. ] 

       ภายใต้เรือนไม้หลังใหญ่ หญิงสาวนิรนามกำลังบรรจงลายมือของตนลงในกระดาษ เธอเขียนเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เริ่มต้นชีวิตอันแสนสวยหรูอยู่ภายในวัง หากแต่ต้องตกอับมาใช้ชีวิตสันจรอยู่ภายในเมืองใหญ่ เพราะทางเลือกของตัวเธอเอง มือเรียวสวยกำปากกาเอาไว้แน่น พร้อมทั้งเขียนบรรยายต่อไปด้วยความตั้งอกตั้งใจ 

       ᯽ — หัวข้อ : พิกุลกรรณิการ์ 

       ” พิกุลกรรณิการ์ หญิงสาววัย ๒๗ ปี ทายาทคนที่ ๓ ของตระกูล นรินทรกุล ณ อยุธยา ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเพียบพร้อม สมเป็นกุลสตรีไทย แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะพิกุลกรรณิการ์ เธอไม่ชอบการร้อยมาลัย เบื่อหน่ายกับการร่ายรำ และ… “

       มือเล็กที่กำลังใช้ความคิด ค่อยๆละปลายปากกาออกมา ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจไปทั่วแผ่นกระดาษ เพื่อที่อยากจะให้คนอื่นๆที่จะได้อ่าน เข้าใจบทความของเธอ และรู้จักตัวตนของพิกุลกรรณิการ์ได้มากขึ้น เธอจึงอยากที่จะใส่รายละเอียดเข้าไปให้ได้มากกว่านี้เสียสักหน่อย แต่เธอกลับ คิดเรื่องราวที่ชอบ และไม่ชอบของตัวพิกุล ไม่ค่อยจะได้เลย

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3dw242k

       มีใครคนหนึ่งเคยเอ่ยถามคำถามกับฉัน

       ว่าที่เราเหนื่อยกับการพยายามทำให้ตัวเองมีความสุข…นั่นคือความสุขที่แท้จริงหรือ?

       ฉันเองก็ให้คำตอบนั่นไม่ได้ เพราะความสุขคืออะไรก็ยังไม่อาจทราบ

       ตัวของฉันชื่อว่ามีเธอ เป็นชื่อที่หลายคนก็บอกว่าแปลกใหม่ดี และฉันเองก็ว่าแบบนั้นแหละ

       แต่ติดที่ตัวของฉันนั้นกลับไม่มีใคร… อยู่ตัวคนเดียว ไม่เข้าสังคม แต่ขี้เหงาเอาการ

       ในทุกๆวันฉันพยายามหาอะไรทำไปเรื่อย เพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง เพราะในทุกครั้งที่ฉันว่าง…ฉันรู้สึกราวกับตัวเองโดดเดี่ยวอยู่เสมอ

       และฉันไม่ชอบความรู้สึกนั้นเลย

       ฉันลองหาอะไรหลายๆอย่าง ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ 

       ทุกวันนี้งานอดิเรกของฉันคือการเขียนนิยาย ร้องเพลง และการพากย์เสียง

       ฉันว่าฉันเริ่มที่จะมีชีวิตชีวามากขึ้น เนื่องจากงานพวกนั้นมันทำให้ฉันได้คิด จินตนาการ และยังได้เรียนรู้ถึงการแสดงอารมณ์และความรู้สึกต่างๆออกมา…

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3JVAyre

        โอทิสต์ ลูกชายคนเดียวของตระกูล โรล นักธุรกิจที่มีอันดับสูงติดท็อป 3 ของประเทศ โอทิสต์เติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูของพี่เลี้ยงเพียงคนเดียว เนื่องจากผู้เป็นพ่อต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอดแทบทุกปี ส่วนแม่ของเขานั่น ถูกคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อ ทำรายจนเธอทนไม่ไหว เธอจึงเลือกขอแยกทาง โดยทิ้งโอทิสต์ไว้กับชายที่ทำร้ายเธอ โอทิตส์เติบโตขึ้นมาโดยมีจิตใจที่อ่อนน้อม แต่ในบางทีก็เฉยฉาจนเข้าถึงยาก แต่ในบางครั้งเขาก็ยังคงรู้สึกขาด เพียงแค่พี่เลี้ยงคนเดียว ไม่สามารถเติมเต็มเขาได้ไปตลอดหรอก 

        ” พี่แอนนา ผมอยากดื่มกาแฟ รบกวนเตรียมให้ทีนะครับ ” น้ำเสียงทุ่มต่ำของชายหนุ่มในชุดสูท ดังขึ้นจากทางโต๊ะทำงาน ที่มีเอกสารกองเอาไว้จนแทบล้น หญิงสาวที่ได้ยินคำสั่งจากผู้เป็นนาย ก็ขานรับพร้อมทั้งเดินออกไป 

        …ฟึ่บ…

        ” เห้อ ” ลมหายใจอุ่นๆถูกพ่นออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ร่างสูงเอนพิงพักลงไปที่พนักพิงเก้าอี้ แหงนหน้า หลับตาพักความปวดล้าของดวงตาลง โอทิสต์ตั้งแต่เขาอายุครบ 20 ก็ต้องรับช่วงต่อการทำงานจากผู้เป็นพ่อ และใช่ เขาเก่ง เก่งมากพอที่จะทำใหังานรัดตัวได้มากขนาดนี้ จนตอนนี้ 12 ปีแล้วที่เขารับช่วงต่อมาจากการวางมือ นับวันงานที่มียิ่งเพิ่มพูนขึ้น จนทำให้เขาแทบออกไปได้ไปพบปะกับสังคมจอมปลอม สังคมที่พ่อเขาสอน ว่าต้องทำตัวให้เป็นมิตรกับคนอื่นๆเข้าไว้

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3pikTbQ

       นัยน์ตาคมของชายหนุ่มทอดมองออกไปยังถนนสายเดิมที่บรรดารถยนต์คันหรูแล่นผ่านไปมา  ทั้งยังผู้คนที่พากันเดินพลุกพล่านและวิ่งหลบหนีสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและแฝงไปด้วยความเศร้า  เมื่อเม็ดฝนที่กำลังตกลงมานั้นชวนให้นึกถึงใครบางคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและหัวใจของเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้  ราวกับว่าสายฝนนั้นกำลังกระหน่ำซ้ำเติมความเจ็บปวดและโหยหาคนที่รักของชายหนุ่มด้วยการสาดเม็ดฝนให้ตกลงมาบริเวณริมหน้าต่างนั้นหนักมากยิ่งขึ้น

       “ ผมคิดถึงคุณ  ตอนนี้คุณจะไปอยู่ที่ไหนกันนะ  จะยังจำผมได้อยู่ไหม  จะยังรักผมเหมือนเดิมเหมือนที่ผมรักคุณรึเปล่านะ..หรือว่าลืมเรื่องของเราออกไปจนหมดแล้ว ”

       ริมฝีปากหยักได้รูปเอ่ยออกมาด้วยนํ้าเสียงที่แผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบราวกับว่ากำลังละเมออยู่กับความฝันที่นึกถึงทีไรก็เจ็บปวดมากเท่านั้น  แต่กลับเป็นความฝันที่เขานั้นลืมตาอยู่   และหยาดน้ำตาเจ้ากรรมที่เริ่มเอ่อคลอตีตื้นขึ้นมาเสียดื้อๆก็เริ่มไหลออกมายํ้าเตือนความรู้สึกภายในจิตใจของเขาให้จมลึกลงไปอีก

       แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาอีกหรือแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ดหยาดนํ้าตาก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3C3SYE0

         แสงไฟสลัวภายในสถานที่เริงรมย์ในราตรีกาลอันยาวนานของเหล่านักท่องราตรี ในเขตการปกครองของตระกูล ‘ ฮาเซกาวา ‘ ร่างสูงใบหน้าขาว ดวงตาดำยาวรีสวมเสื้อสีดำกางเกงสีน้ำตาลอ่อน นั่งชมบรรยากาศภายในบาร์แห่งนี้ที่เหล่าบรรดานักเที่ยวราตรีแวะวนเข้ามาเพื่อหาความบันเทิง

         หัวข้อ : ฮาเซกาวา ฮันโจ ( จุลจักร )

         ‘ นั่นมัน ฮาเซกาวา ฮันโจ นี่นาา ‘  เสียงเล็กที่ฟังแล้วน่าหลงไหลของหญิงสาวที่พึ่งตบเท้าเข้ามาในร้านกล่าวกันเมื่อเจ้าหล่อนทั้งหลายหันไปเจอชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งดื่มอยู่ในบาร์แห่งนั้น พวกเจ้าหล่อนดูท่าจะสนใจเขามากๆเสียด้วย เมื่อกล่าวถึงฮันโจซังคงไม่มีใครในแถบนี้ไม่รู้จัก เด็กหนุ่มลูกครึ่ง ญี่ปุ่น-ไทยอายุ 27 ปี ฝั่งพ่อเป็นคนมีอิทธิพลเป็นชาวญี่ปุ่นชื่อนั้นก็คือ’ ฮาเซกาวา โซจิ ‘เมื่อกล่าวถึงฝั่งแม่ก็ไม่ปรากฎแน่ชัดว่าชื่ออะไรรู้แค่ว่าเป็นสาวไมยเพียงเท่านั้น

         ‘ คนนี้หรอที่เขาว่าเป็นลูกชายของมาเฟียใหญ่ในแถบนี้นั่นหรอ ‘  เพื่อนของเจ้าหล่อนกล่าวขึ้นแต่สายตานั้นยังคงจับจ้องไปยังตัวของฮันโจซังปานอินทรีที่จะรอฉวบเหยือ

         ‘ ใช่แล้วล่ะ…คนนี้แหละ น่ากลัวนิสัยคงจะแย่ ‘ เจ้าหล่อนกันไปตอบเพื่อนคนที่ถามขึ้น แต่ไหนเลยเหมือนเธอจะไม่ใช่โอตะของเขาจริงๆ เพราะนิสัยจริงๆของฮันโจเป็น อัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม ดูเป็นมิตร แต่ภายใต้ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ก็ซ่อนความเหี้ยมเกียมที่พร้อมจะถูกออกเอามาใช้ได้ทุกเมื่อหากเจอสิ่งอันตรายรอบด้าน

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3w1J8yN

       จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอฆ่าขอแกง

       ขอแหวนทองแดงผูกมือข้า ขอช้างขอม้าให้ข้าได้ขี่ ขอเก้าอี้ให้ข้าได้นั่ง

       ขอเตียงตั้งให้ข้าได้นอน ขอละครให้ข้าได้ดู

       ขอให้ท่านเอ็นดูแต่ตัวข้าเถิด  

       และมอบชีวิตกับวิญญาณ เพื่อล่อเลี้ยงตัวข้าเอง

       เพลงกล่อมนอนผิดแปลกเนื้อดังแว่ว ลอยมาตามสายลม ค่ำคืนมืดมิดไร้แสงดาราประดับนภา ไม่เห็นแม้กระทั่งจันทราได้ยลชมโฉม มือขาวซีดเซียวไร้เลือดแสนเย็นเฉียบ ลูบหัวหญิงสาวที่จมอยู่ในภวังค์นิทราด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แม้จะมีสีหน้าที่เรียบเฉย ไร้ความรู้สึกเต็มประดา บทกล่อมนอนยังคงขับร้องไปยันจนฟ้าสว่าง เฉกเช่นวันวานที่ผ่านมา.. เพียงแต่คนถูกกล่อมนั้นไม่รับรู้อะไรเลย

อ่านต่อ ➤ bit.ly/3QlIEeN

กิจกรรมเสริม

#หนึ่งวันของสมาชิกนิรนามโรลเพลย์

         หลังจากเลิกงานที่ผับ ผมก็ตรงกลับบ้านพักทันที ใช่ครับ ตอนนี้ผมได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพักของทางกิจกรรมที่ผมสมัครเข้าร่วมไป ทุกคนที่นี่ให้การต้อนรับผมอย่างดี ทั้งแนะนำและคอยซัพพอร์ตงานของผมตลอด หลายครั้งที่มีสายตาเป็นห่วงเป็นใยส่งมา เพราะทุกคนรู้ว่าผมต้องคอยรับมือกับหัวหน้าที่จ้องจะจับผมทำเมียตลอดเวลา

         ‘ แกร๊ก ‘

         เสียงเปิดประตูเข้าบ้านดังขึ้น ร่างเล็กแทรกตัวเข้าไปด้านในด้วยความเงียบ เพราะเกรงว่าตนจะไปรบกวนการนอนของคนอื่น ๆ สองขาเรียวพาร่างของตนเดินเข้าไปในครัว จัดแจงเปิดน้ำเปล่ากระดกกินไปหนึ่งที 

         ผมมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้สี่วันแล้วครับ เริ่มที่จะคุ้นชินกับคนในบ้านบ้างแล้ว ถึงแม้จะมีบางคนที่ผมยังไม่เคยพูดคุยหรือเห็นหน้าเห็นตาเลยก็ตาม รวม ๆ แล้วผมว่าที่นี่ดีเลยล่ะ สิ่งอำนวยความสะดวกเพรียบพร้อมทุกอย่าง มีโถงใหญ่เอาไว้ให้เราทุกคนได้มาร่วมทำกิจกรรมกัน

         รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเมื่อนึกถึงยามว่างที่คนอื่น ๆ พากันจับกลุ่มเล่นเกมดูครึกครื้น ทำให้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อของตนดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หันหลังเดินออกจากห้องครัวก่อนจะพาร่างของตนเข้าไปพักผ่อนยังห้องพักที่ถูกเตรียมไว้ให้ทุกคน

อ่านต่อ : bit.ly/3CiLI7B

       08 : 45 am 

       เสียงของคลื่นทะเลที่สาดซัดชายฝั่งดังออกมาจากลำโพงสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต็ะหนังสือ  ระดับเสียงของมันถูกตั้งให้ดังพอที่จะช่วยปลุกให้คนที่นอนฝันดีอยู่ในห้วงนิทราให้ตื่นขึ้นมา 

       บนเตียงนอนขนาดห้าฟุตที่ปูด้วยชุดเครื่องนอนลายตัวการ์ตูนซานริโอที่ตอนนี้มีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่กำลังหลับสบายอยู่บนนั้น เธอคือณดา สิ่งมีชีวิตขี้เซาเพศหญิงวัย22ที่ตอนนี้กำลังขยับตัวยุกยิกเพราะห้วงความฝันแสนสุขกำลังถูกเสียงนาฬิกาปลุกรบกวน   ด้วยความที่ระยะห่างของโต็ะกับเตียงค่อนข้างเยอะ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ เธอจึงค่อยๆลุกนั่งบนเตียง

       เปลือกตาสีอ่อนยังคงปิดสนิทยังไม่พร้อมที่จะเปิดออก  แต่ประสาทสัมผัสอื่นในร่างกายตอนนี้กลับค่อยๆตื่นตัว 

       เธอนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นราวๆหนึ่งนาทีแล้วจึงตัดสินใจเปิดเปลือกตาขึ้นมา กระพริบถี่ๆเพื่อปรับโฟกัส ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มค่อยๆขยับไปมา เป็นสัญญานว่าพร้อมใช้ชีวิตแล้ว 

       ลุกจากเตียงแล้วเดินเอื่อยๆไปที่โต็ะ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แล้วเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุก ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงกว่าๆ อีกสิบนาทีก็จะเก้าโมง สิ่งแรกที่เธอทำหลังตื่นนอนอย่างแรกคือเข้าไปที่แอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อดูว่ามีใครส่งข้อความมารึเปล่า

อ่านต่อ : bit.ly/3dCq3Nf

       { ๐๗.๓๐ }

       บรรยากาศยามเช้าที่แสงแดดสาดส่องกระทบกับกระจกของบานหน้าต่าง สะท้อนเป็นเงาที่ทอดยาวลงสู่พื้นห้องครัว

       ถ้วยสำหรับอบขนมสีขาวครีมถูกมือเรียวเล็กหยิบขึ้นมาก่อนที่เธอจะใช้เนยทาให้ทั่วบริเวณด้านในของถ้วย น้ำตาลรสหวานเม็ดสีขาวละเอียดถูกตักลงในถ้วยอบที่เคลือบด้วยเนยเอาไว้ตั้งแต่ต้น น้ำตาลส่วนที่เหลือเธอค่อยๆใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆที่ตัวถ้วยเพื่อให้เศษน้ำตาลหล่นออกมา ถาดรองที่มีถ้วยอบอยู่นั่นถูกเคลื่อนย้ายไปยังตู้เย็น เพื่อทำให้ตัวเนยเซ็ทตัวดีเธอตั้งเวลาแช่เย็นไว้ประมาณ ๒๐ นาที

       พิกุลกรรณิการ์หญิงสาวที่กำลังเตรียมทำ ” ซูเฟล ” ขนมหวานชนิดหนึ่งที่มีรสสัมผัสนุ่มฟู ให้ความหวานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป สามารถทานเป็นอาหารว่างหรือของวานได้ในระหว่างวัน เช้านี้เธอจึงเลือกทำซูเฟลให้สมาชิกในบ้านได้ทาน เป็นของหวานหลังมื้อเช้า หลังจากที่เธอนำตัวถ้วยอบไปแช่เอาไว้ ระหว่างนั้นเธอก็หันมาเตรียมวัตถุดิบต่างๆต่อ

       { ๐๗.๓๕ }

       นัยน์ตาคมสวยเหลือบมองนาฬิกาภายในครัว ผ่านไป ๕ นาทีแล้ว หลังจากที่เธอทำการวอร์มเตาอบทิ้งไว้ และแยกไข่แดงออกมาใส่ชามผสม ( สิ่งที่ถูกผสมให้เข้ากันระหว่างนั้นคือ ไข่แดง , น้ำตาลทราย , เกลือ ) ข้อมือเล็กออกแรงไม่มากตีส่วนผสมให้พอเข้าที่ ก่อนจะนำแป้งเค้กที่เตรียมไว้เทลงไปในที่ร่อน มือหนึ่งประคองตัวร่อน ส่วนอีกข้างแบเคาะด้านข้างให้ตัวแป้งร่อนลงไปในส่วนผสม ก่อนจะเริ่มตีให้เข้ากันอีกครั้ง

       ” เหลืออีกไม่เท่าไหร่ก็จะเสร็จแล้ว.. “

อ่านต่อ : bit.ly/3TNU79a

       morning’s 

       06:00 

       วันนี้เป็นวันหยุดของเขาริกจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบดั่งเช่นวันปกติ ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดสกีนตัวอักษรสีขาวและกางเกงขาสั้นสีขาวเข้าชุดกัน ใบหน้าสวยหวานนั้นสวมแว่นตาอันกลมเอาไว้เป็นภาพที่เห็นได้ปกติในยามที่เจ้าตัวรู้สึกผ่อนคลาย มือเรียวยกแก้วที่บรรจุกาแฟรสชาติโปรดของเขาจรดขอบแก้วกับริมฝีปากเพื่อดื่มด่ำกับรสชาติขมและความละมุนจากนมจืดที่ผสมเข้ากันอย่างลงตัวพลางสลับกับอ่านหนังสือผ่อนคลาย 

       ความสงบเป็นสิ่งที่เขาโปรดปราณในยามปล่อยจินตนาการล่องลอยไปกับตัวอักษรมากมายที่เขากำลังตั้งใจอ่านมัน

       08:00 

       ริกเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย เขาจึงวางแก้วกาแฟและปิดหนังสือลงก่อนก้าวลงจากเตียง ขาทั้งสองข้างก้าวไปยังประตูอย่างใจเย็นและเรียบร้อย มือเรียวจัดการเปิดประตูและดันเข้าหาตัวเล็กน้อยก่อนแทรกตัวออกและปิดให้เรียบร้อย ริกเดินตรงไปยังห้องครัวรวมในเวลานี้ ริกแกะถุงขนมปังและหย่อนมันลงที่ปิ้งขนมปัง ตั้งเวลาและกดให้เรียบร้อย มือข้างนึงเปิดเตาไฟฟ้าและอีกข้างกำลังตกไข่ลงในถ้วยลายหมีที่วางอยู่ ใช้เวลาเพียงครู่เพื่อให้กะทะร้อน เขาเทไข่ลงไปบนกะทะอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้ไข่แดงนั้นแตกไปเสียก่อน 

อ่านต่อ : bit.ly/3ARvJuO

       05 : 21 am 

       ในเช้ามืดของวันศุกร์ ที่ 19-08-2022 บนเตียงหลังใหญ่ขนาดคิงไซส์ได้มีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผมสีดำคลับ ดวงตาสีดำ คงมีแต่รูปร่างและใบหน้าที่เหมือนตามแบบฉบับชาวUSA แต่สีผมกับสีตาออกไปทางละตินซะมากกว่า ไคล์ค่อยลืมตาลุกขึ้นมางัวเงียเล็กน้อย มือและแขนของเขาค่อยยกขึ้นประสานกันบิดขี้เกียจเล็กน้อย สายตาค่อยปรับแสงให้ชินกับความมืด ก่อนจะผงกหัวหันศีรษะไปทางทิศที่วางสมาร์ทโฟนวางไว้ เมื่อเห็นวัตถุเป้าหมายที่เขาต้องการก็เอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูนาฬิกา 05 : 22 น. 

       ‘ตื่นก่อนเวลาปลุกอีกแล้วสินะ เห้อ…โรคนอนไม่หลับและชอบสะดุ้งตื่นบ่อยๆนี้มันแก้ไม่หายจริงๆ’

       ‘สวัสดี ผมจะขอแนะนำตัวก่อน ชื่อของผมคือไคล์ ไรเนอร์ ซันลิแวนเนอร์ เจ้าของร้านแผ่นเสียง Record music อยู่ตรงถนน422 ที่ชิคาโก้และเป็นหนึ่งในผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านรักโรลเพลย์ อีกทั้งเป็นหนึ่งในสมาชิกนิรนามโรลเพลย์

       ….เอ๋…ผมพูดกับใครนะหรอ ก็พูดอยู่กับพวกคุณนั้นแหละ กำลังอ่านอยู่ไม่ใช่หรือไง’

       ‘เอาล่ะพวกคุณอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมนะ…อ๋อ..ใช่ๆ กิจวัตรประจำวันในหนึ่งวันของผมสินะ อืม….จะเริ่มเล่าจากตรงไหนดีล่ะ อ่าห้ะ..งั้นเป็นว่าผมจะเริ่มจากตรงนี้ล่ะกัน’

อ่านต่อ : bit.ly/3pJkSOg

       06:15 AM. เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น

       ชายหนุ่มวัยคะนองยืนประจัญหน้ากันอย่างห้าวหาญเขาทั้งสองสวมเคย์โกกิสีดำกับสีฟ้าอ่อนและก็สวมฮากามะสีเดียวกัน ทั้งคู่ใส่โบกุขยาดเดียวกัน ทั้งสองยังคงเอาแต่จ้องมองกันไปมาจนกระทั่งฮันโจในชุดสีดำเปิดฉากเข้าโจมตีฟาดชินัยด้วยความรวดเร็วเสียงของชินัย กระแทกกับโบว์กุเสียงดังกังวาลไปทั่ว

       ” ลงมือรวดเร็วดีหนิครับนายน้อย “

       เซตะลงมือโต้กลับอย่างรวดเร็ว แต่ฮันโจสกัดเอาไว้ได้จึงฟันไปลงเข้าแขนของเซตะ ฮันโจจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้อย่างไม่ลดละ เซตะพุ่งเข้ามาอีกครั้งหมายจะเผด็จศึกฮันโจ แต่นั่นก็สายไปแล้ว ฮันโจกลับใช้อิทโชะคุ อิตโต หรือที่เรียกกันว่าดาบเดียวในก้าวเดียวนั่นเอง!!!!

       เซตะยอมแพ้อย่างเต็มภาคภูมิเมื่อการฝึกเคนโด้จบลง ทั้งสองทำความเคารพซึ่งกันและกันแล้วจึงนั่งคุกเข่าถอดเม็งออกจากศีรษะ เซตะหันมายิ้มให้ผู้เป็นนาย แล้วจึงส่งของบางอย่างให้

       ” นี่ครับตั๋วเครื่องและที่พักที่อยู่ในเมืองไทย ที่นายน้อยให้ผมเตรียมเอาไว้ “

อ่านต่อ : bit.ly/3TieJGz

      ภายใต้หลังคาอันเงียบสงบของสถานที่ที่ถูกเรียกว่า ‘บ้านรักโรลเพลย์’ บัดนี้เต็มไปด้วยสมาชิกผู้อาศัยร่วมยี่สิบคนซึ่งเข้ามาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน และเพราะเหตุนั้น จึงทำให้บ้านทั้งหลังอบอุ่นขึ้นทันตา, บรรยากาศครึกครื้นและสดใส พลอยให้ไม่รู้สึกเงียบเหงาหรือน่าเบื่อ อีกทั้งในบางวัน ก็มีกิจกรรมให้พวกเขาทุกคนทำร่วมกันเพื่อผูกมิตร

      สมาชิกหลายคนอัธยาศัยดี พูดเก่ง แถมยังมีความสามารถหลากหลายที่น่าสนใจ บางคนทำอาหารให้ทาน บางคนทำเครื่องดื่มให้ชิม บ้างบางคนแชร์บทเพลงที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยฟัง รวมถึงบางคน ก็นำเรื่องราวแปลก ๆ ที่พบเจอมาเล่าบอก

      สิ่งพวกนี้ คงเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากพอสมควร

      โดยเฉพาะกับคนอย่างเขา…

      แม้อู๋จะยังไม่ชินสักเท่าไหร่ กับการทำความรู้จักและอยู่ร่วมกับผู้คนแปลกหน้าเป็นเวลานาน ๆ ทว่า น่าแปลกที่เขากลับไม่รู้สึกอึดอัดอะไรมากมาย มีแต่ความประดักประเดิดเพียงเท่านั้นยามต้องพูดคุย เฉกเช่นตอนนี้

      ตึก… ตึก…

      เสียงฝีเท้าของผู้มาใหม่ดังขึ้นเป็นระยะ พลอยให้ชายหนุ่มจำต้องผินใบหน้ามองอย่างอดไม่ได้ พลันรูปร่างรูปใหญ่ซึ่งรับเข้ากับใบหน้าคมคายตามแบบฉบับชาวตะวันตกปรากฏ อู๋จึงโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นการทักทาย

      จำได้ดีว่าชายคนนี้คือหนึ่งในสมาชิกของบ้านรัก เห็นหน้าเห็นตาอยู่บ่อยครั้งเมื่อครั้นผู้ดูแลเรียกหาเพื่อร่วมกิจกรรมขนาดเล็ก ๆ, ทว่าคราวนี้ เป็นการได้พบเจอกันโดยไร้การนัดหมาย พร้อมกับแก้วกาแฟอุ่น ๆ ซึ่งคล้ายกันในมือของเขาทั้งสอง

“สวัสดี คุณเองก็ชอบกาแฟเหมือนกันเหรอครับ?”

อ่านต่อ : bit.ly/3R1Jspu

       05.30 น.

       ‘ กริ๊งง กริ๊งงง~ ‘

       เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นมาพักใหญ่ก่อนที่ดวงตาเรียวจะค่อยๆลืมขึ้นพร้อมมือใหญ่เอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องเก่ามากดปิดเสียงเอาไว้

       ” อื้อออ.. “

       ชายหนุ่มบิดขี้เกียจทั้งที่มือกำโทรศัพท์เอาไว้แน่นแล้วยกขึ้นดูเวลาบนหน้าจอ มือใหญ่ยกขึ้นขยี้ตาตัวเองเบาๆพลางไล่ความง่วง แต่ก็ยังไม่วายที่จะหาวออกมา เมื่ออยู่ในสภาพที่สติกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เขามองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน เสียงเพลงยังคงดังออกมาแผ่วเบา คนผิวขาวไล่เม้าท์เลื่อนดูข้อความในอินบล็อกจากแอพพลิเคชั่นหนึ่ง เขาไล่คอนเฟิร์มออร์เดอร์ของลูกค้าอีกครั้ง พร้อมทั้งทวนออเดอร์ทั้งหมดก่อนจะถึงเวลาตัดรอบของวัน

       “หาว~”

       ชายหนุ่มร่างอวบยกมือป้องปากหาวอีกครั้งแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำหลังจากที่ง่วนอยู่กับการจัดการออร์เดอร์ลูกค้าอยู่นับ 2 ชั่วโมง

       น้ำไหลผ่านฝักบัวลงมากระทบยังร่างขาวอวบทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากที่ตนนั้นเผลอฟุบหลับไปกับโต๊ะทำงานกว่าครึ่งค่อนคืน มือใหญ่ไล่บีบนวดไปตามเนื้อตัวเพื่อให้ตนเองรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ใช้เวลาจัดการตัวเองไม่นานมากนักก็ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พร้อมจะลงไปด้านล่าง

อ่านต่อ : bit.ly/3RdEG8l

       ▪ ห้องพักผู้อาศัยรายหนึ่ง | 09 : 10 น. ▪

       ภายในบ้านหลังใหญ่แสนอบอุ่น คลื่นพายุฝนฟ้ากระหน่ำ นภาสีเทาอ่อน ลมหนาวพัดโชยเอาไข้หวัดมาเจิม หนึ่งในผู้ร่วมอาศัยรักสงบ พื้นที่ขนาดพอดีสำหรับคนหนึ่งคนถูกตกแต่งไปด้วยโทนดำแดง ซึ่งเป็นสีโปรดของเจ้าของ สุนัขตัวจ้อยร้องคำรามเสียงแหลมปลุกให้คนที่นอนอุดอู้บนเตียงนุ่มตื่นขึ้นมา เก้านาฬิกาสิบเอ็ดนาที ไม่เช้า ไม่สายไป สำหรับวันที่เต็มไปด้วยหยาดพิรุณร่วงโรย จะเริ่มทำอะไร หรือกำลังทำอะไรอยู่ก็ถูกอ้างได้เสมอว่า เป็นเพราะฝน

       ❝ รู้แล้ว..จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ❞

       คนร่างโตบนเตียงพูดเสียงเอ่ย ๆ พลางอมยิ้มบาง ๆ ถึงจะแอบรำคาญแต่ก็อดเอ็นดูไม่ได้ คงจะหิวแล้วสินะ ถึงได้ร้องประท้วงลั่นห้อง โชคดีที่เป็นห้องเก็บเสียงไม่งั้นคงต้องคุยกันยาวกับผู้อาศัยรายอื่น กายแกร่งเขยื้อนตัวเล็กน้อย ขายาวพาดลงมาข้างเตียงพลางขยับขึ้นมาในท่านั่ง เจ้าตัวขนเห็นดังนั้นรีบวิ่งเข้าไปฟาดฟันขบกัดเหมือนเป็นน่องไก่กับเท้าใหญ่ จั๊กจี้ แต่แอบเจ็บอยู่เหมือนกัน ฟันเริ่มขึ้นแล้วสินะ เขาเขี่ยเจ้าก้อนดำ ๆ ออกไปห่าง ๆ กลัวว่าเวลาเดินไปจะสะดุดเตะ

       หลังจากที่เจ้าของห้องจัดการกับตัวยุ่งเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลากลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาดำคล้ำ ๆ และหนวดเคราเฟิ้ม คงต้องอาบน้ำชุดใหญ่เพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมาให้เป็นปกติ ถึงปกติจะไม่ค่อยมีสติอยู่แล้วก็ตาม

       ▪ 10.11 น. ▪

       เกือบชั่วโมงผ่านไป ใครว่าเวลาชำระร่างกายไม่มีอะไรให้ทำ ร่างสูงเช็ดผมหนาของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะจัดขึ้นเสยแบบลวก ๆ พร้อมกับเดินออกจากห้องน้ำ คนตัวโตเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของตัวเอง พร้อมกับหยิบจับเสื้อยืดสักตัว กับกางเกงสบาย ๆ ออกมาสวมใส่ให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานตัวโปรด หยิบพอดไฟฟ้าขึ้นมาสูบ ไม่หิวข้าว ไม่หิวน้ำ แต่กระหายลมเย็น ๆ กลิ่นหอม ๆ เขาพ่นออกมาด้วยความเคยชิน ตอนนี้ทรัคซังหลับไปแล้ว เขาเองก็ได้เวลาเตรียมตัวทำงานสักที

อ่านต่อ : bit.ly/3RdEki5

      ปกติทุกคนชอบฤดูฝนกันรึเปล่า ?

      ในวันฝนตกที่เย็นฉ่ำวันหนึ่ง เป็นบรรยากาศที่ค่อนข้างสบาย อากาศที่เย็นจนเกือบหนาวแต่ก็ถือว่าอบอุ่น กลิ่นน้ำฝนที่กระทบไปกับพื้นดิน เหล่าหญ้าและต้นไม้นานาพรรณ ชวนให้น่าออกมาตากฝนเล่นเสียจริง และความเป็นฤดูฝน ทำให้เขาตื่นขึ้นจากฝัน

      ‘ สตีฟ ฮันนี่โทส ‘

      “..อืมม….ม..”

      ร่างสูงโปร่งลืมตาสะลึมสะลือขึ้นภายในห้องนอนโทนสีเทา-เขียวเข้มกำมะหยี่ หูเขายังคงสวมหูฟังบลูทูธที่จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ ชายหนุ่มชยับตัวขึ้นนั่งด้วยใบหน้าที่งัวเงีย มือเลื่อนกวาดไปทั่วที่นอนตนเพื่อควานหามือถือเพื่อกดเปลี่ยนเพลงที่คิดว่าจังหวะตรงมู๊ดกับชีวิตเขาสำหรับวันใหม่นี้ ซึ่งสตีฟชื่นชอบเพลงมากจนขาดเสียงเพลงไม่ได้แม้ยามหลับ ขายาวก้าวลงกับที่นอนแล้วเดินไปทางห้องน้ำเพื่อล้างแปรงฟันตามกิจวัตรโดยเขาใส่เพียงชุดนอนท่อนล่างขายาวสีเทาหม่นเขียวเท่านั้น ท่อนบนของเขามีช่วงกล้ามเนื้อที่พอดีมีสัดส่วนพร้อมกับรอยสักรูปแมงมุมหันหน้าลงช่วงกลางหลังและเส้นใยไต่ลงมาตั้งแต่ผมด้านท้ายทอยลงมาจรดกับตัวแมงมุม

      ความหมายของมันสำหรับเขาคือ

      ‘โลภะ ราคะ โอชา มายา จุติ’

      เหตุที่เขามักจะไม่ใส่เสื้อตอนนอนนั้นเพราะค่อนข้างรู้สึกเกะกะนิดหน่อย หลังเสร็จสิ้นการล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย สิ่งแรกที่เขาต้องการเลยคือ ‘กาแฟดำและขนมปังทาเนยเค็มไม่ใส่แยม’ ในช่วงที่เดินลงไปเขาเห็นแผ่นหลังของชายผู้หนึ่ง ก็จำได้ทันที ว่าเชาคนนั้นคือ ‘คุณฉีหลิน’

      “Good morning kub .”

      “โอ้ Good morning Steve”

อ่านต่อ : bit.ly/3qfQkUx

อธิจันทร์

ฉันคือนักเขียนหน้าใหม่ ที่หมดกำลังไฟ และขาดแรงบันดาลใจในงานเขียน

นามปากกาว่า…

       “ อธิจันทร์ ”

       ผ่านมาเกือบร่วมสัปดาห์แล้ว.. ที่ขอเลื่อนเดดไลน์แบบกะทันหัน แม้ว่าน้ำเสียงฟังดูหงุดหงิดไม่พอใจ สักเท่าไหร่ในตอนแรก แต่เสี้ยววินาทีต่อมา น้ำเสียงฟังดูอ่อนลงอย่างเห็นชัดได้ชัด อาจจะพราะเหตุที่บอกไปเมื่อครู่ก็ได้..

       แต่มันก็ห้ามไม่ได้สักหน่อย

       พอหมดไฟก็พาลพาหมดใจไปด้วย

       ไฟล์ต้นฉบับที่จั่วหัวไว้ ว่า ‘เรื่องใหม่’ ตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้กลับมีแต่ความ ว่ า ง เ ป ล่ า ที่ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาตัวอักษร ไม่มีการขีดเขียนหรือแต่งแต้มอะไรสักอย่าง

       “ทำไงดีนะ” พัตเอ่ยพึมพัมเสียงแผ่ว คิ้วเรียนทั้งสองขมวดเข้าหากัน เป็นโบว์เล็ก ความรู้สึกว้าวุ่นก่อตัวเป็นพายุหมุนในใจ แม้มันจะมีพลังทำลายล้างไม่มาก แต่ก็สามารถสร้างความหงุดหงิดใจให้ได้พอควร

       ตลอดทั้งสัปดาห์ที่เธอพยายามเขียน พยายามคิด พยายามซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้งไป จนเริ่มถอดใจและกลับมาพยายามใหม่ ซ้ำไปซ้ำมาวนลูปเดิมไม่รู้จบ

       (อย่าพยายามเลยน้องพี่)⠀

       (เห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยเปล่า)

       (ไยต้องฝืนธรรมชาติด้วยเล่า)

       (หากเหนื่อยก็พัก ดื้อเสียจริงน้องพี่)

       พนิตาบ่นร่ายยาวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย นัตย์ตาคู่นั้นคงยังจับจ้องการกระทำของคนที่ถูกก้าวถึงทุกขณะ หากแต่หญิงสาวไม่เคยรับรู้ หรือเคยสัมผัสถึงได้เลยสักครั้งเดียว..

ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในความตลกร้าย

อ่านต่อ : bit.ly/3TfPep9

ยามพลบค่ำพี่จะมากล่อมเจ้านอน 

คอยหาละครมาให้เจ้าได้ดู

ยามนั้นน้องพี่ก็พักผ่อนเสียเถิด

พี่จะดูแล ‘กายานี้’ แทนเจ้าเอง

 

       ยามโพล้เพล้เวียนพบมาบรรจบอีกหนในครานี้ ทินกรคล้อยลาลับไปพร้อมกับนภาที่เปลี่ยนสี ความมืดมิดเริ่มแทรกแซงให้ดวงดาราและจันทราได้เผยโฉม เหล่านกน้อยและสัตว์นานาพันธุ์ พากันเข้าสู่ถิ่นฐานเดิมเพื่อปล่อยตัวให้อยู่ในภวังค์นิทรา จากการใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วงในวันนี้ รวมถึงตัวเธอด้วย

       หากแต่คนเฒ่าคนแก่ชอบกำชับนักกำชับหนา ว่า ‘อย่าหลับทับตะวัน’ 

       แว่วเสียงยายแล่นเข้าโสตประสาท ราวกับกำลังเตือนให้เธอหยุดความคิดนี้ซะ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าที่ถาโถม ก็ไม่อาจดึงรั้งเปลือกตาสีนวลที่หนักอึ้ง ราวกับหินก้อนใหญ่นี้ได้อีกต่อไป

       (นอนซะน้องพี่ นอนเถอะ)

       (จะไม่มีใครได้เข้าใกล้กายานี้)

       (เว้นแต่เจ้ากับตัวพี่เอง)

       เสียงกล่าวที่ไร้เสียงจบลง พนิตพิชาก็ดำดิ่งสู่ภวังค์นิทราที่ไม่อาจขัดขืน เสียงเพลงกล่อมเด็ก เนื้อร้องผิดแปลกยังถูกขับร้องไปเหมือนวันวานที่ผ่านมา หากแต่รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าไร้ความรู้สึก กับไม่ปรากฏในตอนนี้

       (พี่รอเวลานี้มานานเหลือเกิน น้องพี่)

       (เวลาที่พี่..)

       (จะได้ใช้ชีวิตเสียที)

       พื้นรอบห้องเย็นเฉียบจนเผลอชักเท้ากลับ เมื่อแตะพื้นในคราแรก ความมืดมิดที่เคยปกคลุมทั่วห้อง บัดนี้ถูกกลับทดแทนด้วยแสงจากจันทราที่สาดส่องกระทบริมระเบียง และแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟบนหัวมุมเตียง

อ่านต่อ : bit.ly/3wtkYNZ

       [ 08 : 30 น. ]

       ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนทันทีเมื่อเห็นว่าล่วงเลยเวลานัดประชุมบรรดารุ่นพี่เรื่องงานประจำปีของมหาวิทยาลัยไปมากแล้ว   เขาทอดถอนใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเริ่มเบื่อหน่ายกับความไม่ตรงต่อเวลาของคนเหล่านี้ซะจริง  แต่ก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและนั่งรออยู่อย่างนั้นโดยที่ทำอะไรไม่ได้  

       ขณะที่นั่งรออยู่นั้นชายหนุ่มก็ได้แต่หันหน้าไปคุยปรึกษาหารือกับเพื่อนที่นั่งข้างเขาไปพลาง   จนกระทั่งกลุ่มคนที่เฝ้ารอคอยก็มาถึงซักที   แต่กว่าจะมาได้ก็ทำเอาเขาและหลายคนที่รออยู่หัวเสียไปมากเช่นกัน 

       ร่างโปร่งจิปากอย่างขัดใจกับภาพตรงหน้าและภารกิจที่แสนวุ่นวาย   เพราะแทนที่เขาจะได้อยู่คุยกับชาวบ้านรักและทำความรู้จักเพื่อนใหม่แต่ก็ต้องออกมาทำงานและยังต้องมาเจอสภาพที่น่าเบื่อหน่ายใจเช่นนี้ยิ่งทำให้อารมณ์หงุดหงิดของชายหนุ่มตีตื้นขึ้นมา

       ทว่าก่อนที่บรรยากาศในห้องประชุมจะอึมครึมไปมากกว่านี้ก็มีเสียงของเพื่อนร่วมประชุมคนหนึ่งดังขัดจังหวะขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหลายคนเริ่มไม่พอใจกับกลุ่มคนที่มาช้าไม่ตรงต่อเวลาปล่อยให้เพื่อนรอนานสองนาน  แถมยังเข้ามาพร้อมกับเสียงดังอึกทึกครึกโครมไม่เกรงใจคนอื่นๆที่รออยู่

       “ ฉันว่าเรามาเริ่มประชุมกันเถอะ…ก่อนที่วันนี้จะไม่ได้ประชุม ”

       นัยน์ตาคมหันไปมองตามเสียงของเพื่อนผู้หญิงที่ดังขัดขึ้นมาอย่างเห็นด้วย   เพราะถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปวันนี้คงไม่ได้ประชุมกันแน่   เขาได้แต่เก็บอารมณ์หัวเสียเอาไว้ภายในแล้วยอมปรับอารมณ์ให้พร้อมคุยเรื่องงาน   เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มเป็นไปด้วยดีเขาจึงเริ่มเสนองานต่างๆที่ควรมีขึ้นมาพร้อมกับเพื่อนต่างชมรมที่เริ่มพากันเสนอจุดนั้นจุดนี้ขึ้นมาบ้างเช่นกัน

อ่านต่อ : bit.ly/3Aj9m0V

       ในทุกเช้าเจ้าของร่างสูง 192 ซม.ลืมตาตื่นขึ้นมาให้เวลาเดิมของทุกวัน ไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนเจ้าเวลานาฬิกาชีวิตก็มักจะชอบปลุกในเขาลุกจากนิทราด้วยเวลายามเช้าที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบม่านสีขาวเรียบเสมอ กิจวัตรประจำวันจึงได้เริ่มด้วยขึ้นอย่างงัวเงีย คู่ขายาวเดินลากสังขารที่ติดขี้เซาเข้าไปยังห้องครัวตรงไปยังมุมโปรดที่มีเครื่องดริฟกาแฟรออยู่ กลิ่นหอมอ่อนๆของเมล็ดกาแฟเคล้ากับบรรยากาศในยามเช้าได้เป็นอย่างดี

       เสียงเพลงคลาสสิคยุค90 ขับกล่อมคลอไปกับการจิบกาแฟที่กลมกล่อม รวมทั้งยังมีบิชกิตแกลมคู่เป็นอะไรที่เรียบง่ายและลงตัวอย่างที่ชายหนุ่มกระทำเป็นประจำก่อนจะออกไปทำงานประจำ

       ตกเย็นหลังเลิกงาน กิจกรรมที่เขาชอบทำนั้นคือการออกไปวิ่งออกกำลังที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน บางวันก็ออกไปขับบิ๊กไบค์คันคู่ใจตล่อนไปตามชานเมืองใกล้ๆ อย่างเช่นวันนี้ ที่ที่เขาชอบไปมากที่สุดคือ ทะเลสาบเมืองนอกที่แสนสงบ เพราะอยู่ห่างจากเมืองมากไม่ค่อยมีผู้คน ที่นี้จึงไม่วุ่นวาย ในมือชายหนุ่มมีกระป๋องเบียร์อยู่ใบนึงเขายกขึ้นจิบดื่มที่ละน้อยไม่รีบเร่งทอดสายตามองไปยังแผ่นน้ำที่กระเพื่อมไปตามแรงลม จุดชมวิวตรงหน้าผานี้เป็นจุดที่สวยที่สุดแล้วแต่น้อยคนนีกจะรู้จักเพราะเส้นทางไม่เอื้อต่อจากขับขี่มากนัก อีกทั้งยังแถบข้างยังเป็นหน้าผาที่สูงชันดูน่าอันตราย

       “มาคนเดียวหรอคะ”

       เสียงหวานเอ่ยทักเรียกความสนใจให้ชายหนุ่มหันไปมอง พบหญิงสาวคนนึงกำลังยื่นพิงรถสปอร์ตคันแดงระบายรอยยิ้มส่งมาให้ตน นี่เขานั่งเพลินจนไม่รู้ว่ามีคนขับนถเข้ามาใกล้ขนาดนี้เลยเชียวหรือ

       “ครับ แล้วคุณละ”

อ่านต่อ : bit.ly/3ceGgrO

       𝐎𝐓𝐈𝐒𝐓 𝐏𝐀𝐑𝐓

       𝗁𝗂 … 𝖼𝖺𝗅𝗅 𝗆𝖾 𝗈𝗍𝗂𝗌𝗍 .

       ❝ เห้อ.. ❞ 

       ผมถอนลมหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ต่อให้ผมจะเลือกเข้าบ้านรัก แต่ก็ใช่ว่าผมต้องทิ้งธุรกิจทางบ้านหรอกนะ ตอนนี้สมองที่เหนื่อยล้าของผมมันกำลังสั่งการ ให้ร่างการลุกออกจากเก้าอี้เพื่อไปยังสนามของบ้านรัก 

       ผมที่เดินยืดเส้นยืดสายออกมาจากห้องพักของตนเองนั่น ก็เห็นรถเข็นที่มีทาร์ตสตอเบอร์รี่กับกาแฟวางไว้ ผมหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยที่ขนมและกาแฟถ้วยนี้ เจ้าตัวไม่เอาเข้ามาให้ผมเอง แต่เลือกที่จะแนบกระดาษหอม ที่มีลายมือบรรจงเขียนเอาไว้ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้ได้เลยว่าเจ้าของขนมคือใคร ผมยืนทานขนมไปยิ้มไปราวกับคนบ้าอยู่หน้าห้องของตัวเอง ดีที่ว่าสมาชิกภายในบ้านนั่งรวมตัวกันอยู่ที่ห้องโถง หลังจากทานเสร็จ ผมก็จัดการเขียนโน๊ตใบน้อยแปะไว้ที่จานรองขนม

       ❲ ขอบคุณนะครับ คุณพิกุล ❳

                                          ᵕ̈

╰─►

                                  𝐄𝐍𝐃 𝐏𝐀𝐑𝐓

               ﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋﹋

       | ณ สนามบาสของบ้านรัก

       「  ฟึ่บ!  」

       ท่ามกลางแดดยามบ่ายโอทิสต์ออกมาพักผ่อนสมองด้วยการเล่นกีฬา จะว่าชอบก็ไม่เชิง แต่จะว่าเกลียดก็ไม่ใช่ ลูกบาสถูกโยนลงห่วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของชายหนุ่มตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่เขาก็ยังคิดว่ามันคงดีกว่าการนั่งตัวเย็นอยู่ภายในห้องทำงานล่ะนะ 

       โอทิสต์เล่นบาสไปราวชั่วโมงกว่าๆได้ ตอนนี้เขาคิดจะหยุดแล้วไปอาบน้ำล้างเหงื่อที่เปียกไปทั้งตัวออก ก่อนจะไปนั่งเล่นรวมกลุ่มกับคนในบ้านรัก เขาทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน แต่กีฬาที่เล่นจะผลัดเปลี่ยนไปตามอารมณ์ความอยากเล่น สิ้นความคิด ร่างสูงก็เดินไปเก็บลูกบาสที่เกลื่อนสนาม เมื่อจัดการครบ ร่างสูงก็หันตัวจะไปคว้าผ้าขนหนู แต่กลับเห็นผ้าขนหนูของตน กำลังห่อขวดอะไรบางอย่างอยู่

        ❲ น้ำผึ้งมะนาวค่ะ อย่าเล่นจนโหมนะคะ ❳

       หึ..ร่างสูงแค่นยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกขึ้นมาดื่มจนหมด ความสดชื่นที่ได้จากน้ำผึ้งมะนาวขวดนี้ ทำเอาแรงทำงานที่หดหายไปตอนแรกกลับคืนมาอย่างน่าแปลกใจ โอทิสต์เดินกลับห้องของเขาไปพร้อมขวดเปล่าขวดนั้น เขาได้เพียงแต่คิดกับตัวเองในใจ

       ” ก็ต้องยอมรับล่ะนะ 

       ว่าผมชอบเธอเข้าแล้วจริงๆ 

       ต่อให้ในวันนั้นผมไม่ได้เจอหน้าเธอ 

       แต่แค่มีขนมกับกาแฟของเธอที่มาวางหน้าห้องในทุกๆวัน 

       กำลังใจผมก็เต็มเปี่ยมแล้ว “

อ่านต่อ : bit.ly/3cjJsCh

       ณ ห้องพักฝั่งสาวๆของบ้าน เวลา 09:05 น. 

       “มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ฉันขอแค่เธอได้โปรดฟังไว้ว่าฉันไม่เคยที่จะหายไป หายไป คิดถึงเพียงแต่เธอรู้ไหม ขอให้เธอรับรู้เอาไว้ ว่าฉันไม่เคยที่จะสนใจผู้ใด หมดทั้งใจแค่เธอไม่เคยเปลี่ยน”

       ร่างเล็กพลางควานหามือถือที่ดังขึ้นเป็นเสียงเพลงโปรดบนหัวเตียงของเธออย่างงัวเงีย ก่อนที่จะหยิบขึ้นมาเจอกับปลายสายที่ขึ้นชื่อว่า “ดิน” เธอลุกขึ้นพรวดเบิกตาโพลงอย่างตกใจ ก่อนที่จะรีบตั้งสติแล้วรับสายจากแฟนเก่า อ๋า ใช่แล้ว ตานี่คือแฟนเก่าของเธอนั่นเอง เธอกดรับสายแล้วเอ่ยด้วยเสียงนิ่งเฉยผสมกับความเอือมระอา 

       “มีอะไร” ปลายสายเมื่อได้ยินหญิงสาวจึงตอบกลับมาว่า…

       “ไม่มีอะไร แค่คิดถึง วันนี้ว่างไหม ไปกินข้าวกัน” เธอหยุดชะงักไปกับคำพูดของแฟนเก่าก่อนที่จะตอบกลับไปเสียงแข็ง 

       “วันนี้ไม่ว่าง ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วขอวางสายนะ” ดินรีบพูดขึ้นมาทันควัน 

       “แค่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยน่ะ วันนี้บ่ายโมงออกมาเจอกันหน่อยนะ” พูดจบเขาไม่รอให้หญิงสาวได้ตอบกลับ รีบกดวางสายพร้อมกับส่งโลเคชั่นร้านอาหารที่เขาเคยพาเธอไปเดทมาให้ทางไลน์ของเธอเหมือนจะเป็นการบังคับว่าเธอต้องไปเจอเขาในวันนี้ให้ได้

       พลอยพีชยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ แล้วก้มหน้ามองมือถือของเธอด้วยความสงสัย

       “หมอนั่นต้องการอะไรจากฉันกันแน่นะ” 

       เธอพยายามที่จะทบทวนคำพูดของแฟนเก่าอยู่นาน แล้วเปิดดูไลน์ที่มีแจ้งเตือนจากเขา ร้านเดิมที่เคยพาเธอไปเดทงั้นหรอ? 

       “อะไรวะเนี่ย” 

       เธอสบถออกมาด้วยความงุนงง ก่อนจะวางมือถือแล้วลุกไปจัดการตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์จากปลายสายที่น่าหงุดหงิดนี้ ใช้เวลาเพียงไม่นานมากเธอออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ แล้วมาเป่าผม แต่งตัว แต่งหน้า เพื่อลงไปทำอะไรทานรองท้อง ก่อนจะต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่สร้างแต่เรื่องน่าปวดหัวให้เธอในอีกไม่กี่ชั่วโมง เธออยู่ในชุดไปรเวทที่เรียบง่าย แต่งหน้าโทนใสๆ ไม่จัดมาก เมื่อจัดการตัวเองเสร็จเธอจึงออกจากห้องแล้วลงไปยังห้องครัว ที่มีเหล่าสมาชิกในบ้านบางส่วนอยู่ 

       “อรุณสวัสดิ์นะคะทุกคน” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใสถึงแม้ในใจจะมีเรื่องให้หงุดหงิดก็ตาม

       “อ้าว น้องพลอยตื่นสายนะวันนี้” เสียงจากหนุ่มร่างสูงใหญ่อย่างพี่ไคลล์เอ่ยทักทายแบบติดแซวก่อนจะส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร เธอได้แต่ยิ้มเขินคนร่างสูงแล้วเอ่ยตอบกลับไป

       “แหะ พลอยนอนดึกนิดหน่อยค่ะพี่” ร่างเล็กค่อยๆลอบมองอีกคนแบบลังเลแล้วเอ่ยปากถามคนตัวสูงอย่างกล้าๆกลัวๆ

       “พี่ไคลล์คะ พลอยมีเรื่องจะปรึกษา”ทันที่เอ่ยปากออกไปร่างสูงใหญ่จึงเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ที่อ่านแล้วเลิ่กคิ้วมองอีกคนอย่างสงสัย

อ่านต่อ : bit.ly/3PPyuCm

       บรรยากาศรอบตัวมันช่างดูอึมครึมประจวบเหมาะกับช่วงนี้คือฤดูฝน

       ฝนตกมันทั้งวี่ทั้งวันจนผ้าที่ซักไว้ไม่ได้ตากซักที…

       เหม็นอับหมดแล้วมั้งนั่น…

       ” เห้อ…. ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย… “

       หญิงสาวหมอบตัวซบแขนอยู่บนโต๊ะทำงานภายในห้องพักของตนอย่างไร้เรี่ยวแรง

       เธอนั้นใช้พลังไปกับการปั่นต้นฉบับรายงานสำคัญไปจนหมด 

       หมดจนชนิดที่ว่าทำอย่างอื่นต่อไม่ไหวเลยทีเดียว

       มีเธอ….ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่เรียกได้ว่า..

       หมดไฟ

       และยังรู้สึกเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งอย่าง มองไปทางไหนกูรู้สึกท้อแท้ 

       เล่นเกมส์ก็แพ้จนคะแนนดาวที่เก็บมาอย่างยากลำบากลดถอยลงจนน่าอนาถ

       ร้องเพลง…ก็รู้สึกว่าเสียงของตนนั้นยังไม่เข้ากับดนตรี พาลร้องจนเสียงแหบเจ็บคอถึงได้หยุดเลิก

       เลิกมันไปก่อน!!!!

       ….ในเมื่อกิจวัตรที่ทำเป็นประจำมันน่าเบื่อไปแล้ว ก็ลุกออกไปหาอะไรใหม่ๆทำมันเสียสิ!! ..

       คิดได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจแบกพาร่างไร้จิตวิญญาณของตนลงมายังชั้นล่างของหอพัก

       ไหนดูหน่อยมีอะไรให้ทำ..

อ่านต่อ : bit.ly/3ThQ1Wu